คำตอบสั้น ๆ: ค่าขนส่งที่เรียกเก็บจากลูกค้าไม่ได้เสีย VAT หรือได้รับยกเว้นโดยดูจากชื่อรายการเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาว่าร้านขายสินค้าและจัดส่งเป็นส่วนหนึ่งของการขาย หรือร้านรับจ้างขนส่งเป็นกิจการแยกต่างหาก หากเป็นการให้บริการขนส่งสินค้าในราชอาณาจักรตามข้อเท็จจริง อาจได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ณ) แม้ผู้รับขนจะจ้างรถของบุคคลอื่น ตามแนวข้อหารือกรมสรรพากร กค 0706/พ./5896 แต่บริการโลจิสติกส์หรือบริการอื่นที่เพิ่มเข้ามาอาจต้องเสีย VAT
อย่าดูแค่คำว่า “ค่าส่ง” หรือบรรทัดในใบแจ้งหนี้
ให้ตรวจเนื้อหาสัญญาและการทำงานจริงว่าใครเป็นผู้ขายสินค้า ใครตกลงรับขนกับลูกค้า ใครเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อสินค้าเสียหายหรือส่งไม่ถึง ใครเรียกเก็บเงิน และเงินนั้นเป็นค่าตอบแทนการขาย ค่ารับขน หรือเงินที่รับแทนผู้ขนส่ง การแยกค่าขนส่งเป็นอีกบรรทัด หรือให้แพลตฟอร์มหักเงินก่อนโอน ไม่ทำให้รายการได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ
แยก 3 รูปแบบที่พบบ่อย
| รูปแบบรายการ | แนวพิจารณา VAT |
|---|---|
| ร้านขายสินค้าและจัดส่งเป็นส่วนหนึ่งของการขาย โดยเรียกเก็บค่าจัดส่งจากลูกค้า | โดยทั่วไปให้พิจารณารวมเงินที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายเป็นฐาน VAT ตามมาตรา 79 แม้แยกบรรทัดค่าส่ง ต้องตรวจด้วยว่าข้อเท็จจริงแท้จริงเป็นสัญญารับขนแยกต่างหากหรือไม่ |
| ร้านตกลงรับขนสินค้าให้ลูกค้าเป็นบริการขนส่งจริง แยกได้จากบริการอื่น | การขนส่งสินค้าในราชอาณาจักรอาจได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ณ) แม้ใช้รถของผู้รับจ้างรายอื่น ตามข้อหารือ กค 0706/พ./5896; หากมีบริการโลจิสติกส์หรือบริการอื่นรวมด้วย ให้แยกพิจารณาแต่ละบริการ |
| ลูกค้าทำสัญญาและชำระค่าขนส่งแก่ผู้ขนส่งโดยตรง | ถ้าร้านไม่ได้เป็นคู่สัญญาและไม่ได้รับเงินแทน ค่าขนส่งไม่ใช่เงินที่ร้านได้รับจากการขาย ส่วนผู้ขนส่งพิจารณาภาษีของตนตามประเภทบริการและเอกสาร |
กฎหมายและข้อหารือบอกอะไร
มาตรา 79 ใช้กำหนดฐานภาษีสำหรับการขายสินค้า โดยพิจารณามูลค่าที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขาย ส่วนฐานภาษีของการให้บริการอยู่ภายใต้มาตรา 79/1 การบริการขนส่งสินค้าในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)(ณ) เมื่อข้อเท็จจริงเข้าลักษณะบริการขนส่งตามกฎหมาย
ข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/พ./5896 วินิจฉัยกรณีผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสินค้าในประเทศโดยใช้รถของตนหรือว่าจ้างรถของผู้อื่นว่าเป็นบริการขนส่งในราชอาณาจักรที่ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ณ) แต่บริการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากการขนส่ง เช่น การจัดการด้านโลจิสติกส์หรือพิธีการศุลกากร ต้องพิจารณาแยก และอาจอยู่ในบังคับ VAT ข้อหารือมีข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี จึงไม่ควรนำไปใช้แทนการตรวจสัญญาและรูปแบบธุรกิจของร้านโดยตรง
ตัวอย่างคำนวณเมื่อค่าจัดส่งเป็นส่วนหนึ่งของการขายที่เสีย VAT
สมมติผู้ขายจดทะเบียน VAT ขายสินค้าที่ต้องเสีย VAT ราคาไม่รวมภาษี 1,000 บาท และเรียกค่าจัดส่ง 100 บาทในฐานะส่วนหนึ่งของการขาย ฐานภาษีเท่ากับ 1,100 บาท หากความรับผิด VAT เกิดในช่วงที่ใช้อัตรารวม 7% ภาษีเท่ากับ 77 บาท ลูกค้าจ่ายรวม 1,177 บาท อัตรา 7% ได้ขยายถึง 30 กันยายน 2570 ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569
หากยอด 1,100 บาทเป็นราคารวม VAT แล้ว ภาษีที่รวมอยู่ในยอดคือ 1,100 × 7/107 = 71.96 บาท (ก่อนการปัดเศษตามระบบบัญชี) ตัวอย่างนี้ไม่ใช้กับการขนส่งที่เข้าเงื่อนไขยกเว้น หรือสินค้าที่ได้รับยกเว้น VAT
ร้านค้าออนไลน์ควรตรวจ Statement และสัญญาอย่างไร
- อ่านข้อกำหนดแพลตฟอร์มและสัญญาขนส่ง ดูว่าใครเป็นคู่สัญญากับผู้ซื้อและผู้ขนส่ง และใครรับผิดชอบการรับขน
- เทียบรายการขาย ค่าจัดส่ง ส่วนลด คูปอง เงินคืน ค่าธรรมเนียม และเงินที่โอนจริง อย่าบันทึกเฉพาะยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม
- ตรวจว่าแพลตฟอร์มรับเงินแทนร้านหรือรับเงินแทนผู้ขนส่ง มีหลักฐานการรับแทนและเอกสารภาษีที่สอดคล้องหรือไม่
- ถ้ามีทั้งขนส่ง แพ็กสินค้า เก็บเงิน ติดตั้ง หรือบริการโลจิสติกส์อื่น ให้แยกบริการและค่าตอบแทนตามสัญญาและข้อเท็จจริง ไม่ใช่แยกเฉพาะตัวเลขในใบแจ้งหนี้
- กระทบยอดคำสั่งซื้อ Statement ใบกำกับภาษี ใบเสร็จจากผู้ขนส่ง และเงินคืนทุกเดือน พร้อมเก็บหลักฐานประกอบ
ข้อยกเว้นและจุดที่ต้องระวัง
- ร้านเป็นเพียงตัวแทนรับเงิน: ต้องมีสัญญาตัวแทน หลักฐานว่าใครเป็นผู้ให้บริการ เอกสารจากผู้ขนส่ง และบัญชีเงินรับแทนที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ การเรียกเงินว่า “รับแทน” อย่างเดียวไม่พอ
- บริการหลายอย่างรวมกัน: บริการอื่นนอกจากขนส่งอาจต้องเสีย VAT แม้แสดงยอดรวมกับค่าขนส่ง ให้ตรวจว่าสามารถแยกบริการได้จริงและมีหลักฐานรองรับ
- สินค้าหรือผู้ขายที่ได้รับยกเว้น/ไม่อยู่ในระบบ VAT: ต้องพิจารณาสถานะผู้ประกอบการ ลักษณะสินค้า และประเภทบริการ ไม่ใช้ตัวอย่างอัตรา 7% นี้โดยอัตโนมัติ
- แพลตฟอร์มเปลี่ยนเงื่อนไขได้: ตรวจสัญญาและ Statement ของแพลตฟอร์ม ณ วันที่ทำรายการ เพราะวิธีรับเงินและการออกเอกสารอาจไม่เหมือนกัน
การบันทึกบัญชีและผลเมื่อแยกผิด
บันทึกรายได้จากการขายหรือบริการตามสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา บันทึกค่าขนส่งที่กิจการจ่ายและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มแยกจากรายได้ และกระทบยอดกับเอกสารทุกเดือน หากตัดค่าส่งออกจากฐานโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ อาจทำให้ภาษีขายและรายได้ต่ำกว่าความจริง เอกสารไม่สอดคล้องกัน และอาจถูกประเมินภาษี เบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามกฎหมาย ทั้งนี้ผลจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงและกระบวนการประเมิน
แหล่งอ้างอิงทางการ
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 79 และมาตรา 79/1: ฐานภาษีของการขายสินค้าและการให้บริการ
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ณ): การยกเว้น VAT สำหรับบริการขนส่งในราชอาณาจักร
- ข้อหารือกรมสรรพากร กค 0706/พ./5896 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2549: บริการขนส่งสินค้าและบริการอื่น
- พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569: ขยายเวลาลดอัตรา VAT ถึง 30 กันยายน 2570
คำค้น: ค่าขนส่งคิด VAT ไหม, ค่าส่งร้านค้าออนไลน์ VAT, ค่าขนส่งได้รับยกเว้น VAT หรือไม่, ฐานภาษี VAT ค่าจัดส่ง, มาตรา 81(1)(ณ), ข้อหารือขนส่ง VAT, ขายของออนไลน์ออกใบกำกับภาษีค่าขนส่ง
ตรวจสอบข้อมูลและแหล่งอ้างอิง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป การวินิจฉัยต้องพิจารณาสัญญา ผู้รับผิดชอบการขนส่ง กระแสเงิน เอกสารภาษี และข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ
สรุป VAT ของค่าขนส่ง: ดูว่าเป็นค่าขายหรือบริการรับขนบริษัท ฐิติพัฑฒ์ การบัญชี จำกัด
บทความทั้งหมด