← กลับหน้ารวมบทความ
ภาษี
อ่านแล้ว 2 ครั้ง

หัก ณ ที่จ่าย 1% ผ่าน e-Withholding Tax ปี 2569–2570 ใช้กับเงินได้ใดบ้าง?

กฎกระทรวง ฉบับที่ 402 ให้ใช้อัตราหัก ณ ที่จ่าย 1% กับเงินได้บางประเภทเมื่อจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 เช็กประเภทเงินได้ ผู้รับ ข้อยกเว้น และวิธีทำรายการ

ภาพปกบทความ หัก ณ ที่จ่าย 1% ผ่าน e-Withholding Tax ปี 2569–2570 ใช้กับเงินได้ใดบ้าง?

คำตอบสั้น ๆ: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 การหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา 1% ใช้ได้เฉพาะเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่ระบุในกฎกระทรวง ฉบับที่ 402 พ.ศ. 2569 และผู้จ่ายนำส่งด้วยวิธีตามมาตรา 3 ปัณรส (e-Withholding Tax) เท่านั้น ไม่ใช่อัตราที่ใช้กับทุกรายจ่ายหรือทุกการโอนเงินผ่านธนาคาร

กฎกระทรวงฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 แต่กำหนดช่วงการจ่ายเงินที่เข้ามาตรการตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 จึงครอบคลุมการจ่ายตั้งแต่ต้นปีตามเงื่อนไขในกฎหมาย หากก่อนประกาศได้หักหรือนำส่งด้วยวิธีอื่นไปแล้ว อย่าหักกลบหรือขอคืนเองโดยอัตโนมัติ ควรตรวจวิธีแก้ไขรายการกับธนาคารผู้ให้บริการและกรมสรรพากรก่อน

อัตรา 1% ใช้กับเงินได้ประเภทใด

ข้อ 2 (17/5) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 402 กำหนดกลุ่มเงินได้และผู้รับไว้เป็นการเฉพาะ สรุปเพื่อคัดกรองเบื้องต้นได้ดังนี้

ประเภทเงินได้เงื่อนไขผู้รับ/ข้อสังเกต
มาตรา 40(2)จ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคมบางประเภท
มาตรา 40(3)เฉพาะค่ากู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือค่าสิทธิอย่างอื่นที่จ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และมีข้อยกเว้นสำหรับมูลนิธิ/สมาคมตามกฎหมาย
มาตรา 40(5)(ก)ค่าเช่าทรัพย์สินที่จ่ายให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี แต่ไม่รวมค่าเช่าเรือตามกฎหมายส่งเสริมการพาณิชยนาวีที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
มาตรา 40(6) และ 40(7)จ่ายให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล โดยตรวจข้อยกเว้นมูลนิธิ/สมาคมตามตัวบท
มาตรา 40(8): รางวัลรางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค หรือกิจกรรมลักษณะเดียวกัน ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี โดยมีข้อยกเว้นผู้รับบางประเภท
มาตรา 40(8): ค่าแสดงค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
มาตรา 40(8): จ้างทำของ/ส่งเสริมการขาย/โฆษณา/บริการต้องเป็นรายการที่เข้าเงื่อนไขตามข้อ 2 (17/5)(ช) และไม่ใช่กรณีที่ยกเว้นหรือกำหนดไว้ในอนุข้ออื่น

รายการในตารางเป็นเพียงสรุป ไม่ได้แทนการจำแนกเงินได้ตามข้อเท็จจริง และมูลนิธิหรือสมาคมบางประเภทถูกยกเว้นจากกลุ่มที่ระบุ ต้องตรวจสถานะผู้รับและถ้อยคำฉบับเต็มก่อนใช้อัตรา

เงินได้ที่ไม่ควรใช้อัตรา 1% โดยอัตโนมัติ

  • เงินเดือนและค่าจ้างลูกจ้างตามมาตรา 40(1): ไม่อยู่ในรายการอัตรา 1% นี้ ให้คำนวณหักตามมาตรา 50(1) และหลักเงินได้ของลูกจ้าง
  • เงินได้ที่ไม่อยู่ในข้อ 2 (17/5): ให้ใช้อัตราตามกฎหมายและคำสั่งที่ตรงกับประเภทเงินได้ ผู้จ่าย และผู้รับ แม้จะโอนผ่านธนาคารก็ตาม
  • บริการบางประเภท: ข้อ 2 (17/5)(ช) ไม่รวมค่าบริการโรงแรม ค่าบริการภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต อีกทั้งมีข้อยกเว้นของมูลนิธิหรือสมาคมบางประเภท
  • ค่าเช่าเรือเพื่อขนส่งระหว่างประเทศ: ถูกยกออกจากกลุ่มค่าเช่ามาตรา 40(5)(ก) ในมาตรการนี้ จึงต้องพิจารณาอัตราเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
  • การจ่ายต่ำกว่าเกณฑ์: กฎกระทรวง ฉบับที่ 144 มีข้อกำหนดเรื่องยอดจ่ายตามสัญญาที่ต่ำกว่า 500 บาท แต่การใช้ข้อยกเว้นต้องพิจารณาร่วมกับกฎหมายหรือคำสั่งเฉพาะของรายการนั้น

e-Withholding Tax ต้องทำอย่างไร

  1. ระบุลักษณะการจ่ายและจำแนกประเภทเงินได้ตามสัญญาและข้อเท็จจริง ไม่ยึดชื่อบัญชีหรือคำว่า “ค่าบริการ” อย่างเดียว
  2. ตรวจผู้รับว่าเป็นบุคคลธรรมดา บริษัท ห้างหุ้นส่วน มูลนิธิ หรือสมาคม และตรวจว่าตัวบทกำหนดผู้รับแบบใด
  3. ตรวจข้อยกเว้นและอัตราปกติของรายการ หากไม่เข้าเงื่อนไขข้อ 2 (17/5) ให้ใช้อัตราตามกฎหมายอื่นที่ตรงกรณี
  4. ทำรายการผ่านธนาคารหรือผู้ให้บริการที่รองรับ e-Withholding Tax โดยส่งข้อมูลผู้จ่าย ผู้รับ ประเภทเงินได้ ยอดจ่าย และภาษีให้ครบ การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปไม่ได้ทำให้เป็น e-Withholding Tax เอง
  5. ตรวจสอบข้อมูลการหักและการนำส่งในระบบกรมสรรพากร เก็บหลักฐานการจ่าย รายงานจากธนาคาร และหลักฐานภาษีไว้กระทบยอดกับบัญชีและเอกสารของผู้รับ

ตัวอย่างคำนวณ

บริษัทจ่ายค่าบริการที่เข้าลักษณะเงินได้มาตรา 40(8) ให้บริษัทไทย สมมติฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายของรายการนี้ 100,000 บาท และข้อเท็จจริงเข้าเงื่อนไขอัตรา 1% พร้อมนำส่งผ่าน e-Withholding Tax: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่ากับ 100,000 × 1% = 1,000 บาท ส่วนกรณีที่ไม่ใช้ช่องทางหรือไม่เข้าเงื่อนไข ต้องกลับไปใช้อัตราปกติตามประเภทเงินได้และผู้รับ ซึ่งค่าจ้างทำของ/บริการบางกรณีที่จ่ายให้นิติบุคคลใช้อัตรา 3% ตามคำสั่ง ท.ป.4/2528

ตัวอย่างนี้สมมติฐานยอดที่ใช้คำนวณภาษีเท่ากับ 100,000 บาท ไม่รวมผลจาก VAT หรือข้อเท็จจริงเฉพาะของสัญญา หากมีรายการประกอบหรือผู้รับหลายสถานะ ต้องคำนวณฐานและอัตราตามเอกสารจริง

ผลเมื่อใช้อัตราผิดหรือข้อมูลนำส่งไม่ครบ

หากหักต่ำกว่าหน้าที่หรือไม่ได้หักและนำส่ง ผู้จ่ายอาจต้องรับผิดในภาษีที่ขาด รวมถึงเงินเพิ่มหรือโทษตามประมวลรัษฎากรตามข้อเท็จจริง การระบุอัตรา 1% ในโปรแกรมบัญชีหรือใบสำคัญจ่ายโดยไม่มีรายการนำส่งผ่านระบบที่กฎหมายกำหนด ไม่ทำให้ได้รับสิทธิอัตราพิเศษ หากข้อมูลที่ธนาคารส่งไม่ตรงกับบัญชี ควรรีบตรวจสถานะและแก้ไขตามช่องทางของผู้ให้บริการก่อนปิดงวด

เช็กลิสต์ก่อนหัก 1%

  • ระบุประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 และข้อกฎหมายที่ใช้
  • ตรวจว่าผู้รับตรงกับกลุ่มผู้รับในกฎกระทรวง
  • ตรวจข้อยกเว้นและช่วงวันที่จ่าย
  • ยืนยันว่าทำรายการผ่าน e-Withholding Tax ตามมาตรา 3 ปัณรส ไม่ใช่เพียงโอนออนไลน์
  • กระทบยอดยอดจ่าย ภาษีหัก รายงานธนาคาร และข้อมูลในระบบกรมสรรพากร
  • กรณีรายการเดิมที่หักอัตราอื่นก่อนประกาศกฎกระทรวง ให้ตรวจขั้นตอนแก้ไข/ขอคืนก่อนปรับยอด

แหล่งอ้างอิงทางการ

• กรมสรรพากร: กฎกระทรวง ฉบับที่ 402 พ.ศ. 2569 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 63 ก วันที่ 9 ตุลาคม 2569)

• กรมสรรพากร: กฎกระทรวง ฉบับที่ 144 และอัตราหัก ณ ที่จ่าย แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 402

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 ปัณรส: วิธีนำส่งภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์

• กรมสรรพากร: คำสั่ง ท.ป.4/2528 เรื่องอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย

• กรมสรรพากร: แนวทางระบบ e-Withholding Tax และการนำส่งข้อมูลผ่านธนาคารผู้ให้บริการ

คำค้น: e-Withholding Tax 1%, หัก ณ ที่จ่าย 1 เปอร์เซ็นต์ 2569, กฎกระทรวง 402, หักภาษีผ่านธนาคาร, อัตราหัก ณ ที่จ่ายปี 2570, ประเภทเงินได้หัก 1%

ตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2569 ก่อนใช้อัตรากับรายการจริง ให้ตรวจฉบับกฎหมายล่าสุด ประเภทเงินได้ ผู้รับ และสถานะการนำส่งผ่านผู้ให้บริการ e-Withholding Tax เสมอ